
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
อรัย ที่ งง!
Kwang
Read Alone.....กรุณาอ่านคนเดียว
Especially the Poem
โดยเฉพาะกลอน
I believe whatever is in store for us will be for us.
ฉันเชื่อว่าอะไรที่เป็นของเราก็จะเป็นของเราในที่สุด
The poem is very true, unfortunately.
Make sure you read the poem!
กลอนนี้เป ็นเรื่องจริง เสียแต่ว่าคุณต้องอ่านมัน
CASE 1: Kelly Sedey had one wish, for her boyfriend of three years,
David Marsden, to propose to her.
กรณี ที่ 1
Kelly Sedey มีความมุ่งหวังอย่างหนึ่งกับแฟนหนุ่มที่คบกัน
มา 3
ปี
เธออยากให้ David
Marsden ขอเธอแต่งงาน
Then one day when she was out to lunch David proposed!
She accepted, but then had to leave because she had a meeting in 20 min
..
แล้ววันนึงที่เธอออกไปทานข้าวกลางวัน
David ก็ขอเธอแต่งงาน
เธอตอบตกลง แต่เธอต้องกลับก่อนเพราะว่าเธอจะมีประชุมในอีก
20 นาทีต่อมา
When she got to her office,
she noticed on her computer she had some e-mail's.
She checked it, the usual stuff from her friends,
but then she saw one that she had never gotten before.
เมื่อเธอมาถึงที่่ทำงาน
เธอสังเกตเห็นคอมพิวเตอร์ว่ามีคนส่งอีเมลมาหาเธอ
เธอเปิดดู แต่มันเป็นอีเมลธรรมดาจากเพื่อน
แต่มีอีเมลนึงที่เธอไม่เคยได้รับมา่ก่อน
It was this poe m. She simply deleted it without even reading all of it.
ซึ่งก็คือกลอนบทนี้ เธอลบมันทิ้งไปโดยที่ไม่ได้อ่าน
BIG MISTAKE! Later that evening, she received a phone call from the police
It was about DAVID! He had been in an accident with an 18 wheeler. He didn't
survive!
นั่นเป็นความผิดมหันต์ ต่อมาในตอนเย็น
เธอได้รับโทรศัพท์จากตำวจ
เกี่ยวกับ DAVID
เขาประสบอุบัติเหตุชนกับรถ
18 ล้อเสียชีวิต
CASE 2: Take Katie Robinson She received this poem and being the believer
that she was
she sent it to a few of her friends but didn't have enough e-mail addresses
to send out
the full 5 that you must. Three days later, Katie went to a masquerade
ball.
Later that night when she left to get to her car, she was killed in that
spot by a
hit-and-run drunk driver.
กรณีที่ 2
เป็นของ Katie
Robinson เธอได้รับกลอนนี้และก็เชื่อ
เธอได้ส่งต่อไปให้เพื่อนไม่กี่คนเพราะว่าเธอมีที่อยู่อีเมลไม่พอ
ซึ่งจะต้องส่งต่ออย่างน้อย 5
คน
3 วันต่อมา
เธอไปงานเต้นรำสวมหน้ากาก
คืนนั้นเมื่อเธอออกจากงานไปที่รถ เธอถูกคนเมาชนแล้วหนีจนเสียชีวิต
CASE 3: Richard S. Willis sent this poem out within 45 minutes of reading
it.
Not even 4 hours later walking along the street to his
new job interview with a really big company, when he ran into Cynthia Bell,
his secret love for 5 years. Cynthia came up to him and told
him of her passionate crush on him that she had had for 2 years.
Three days later, he proposed to her and they got married.
Cynthia and Richard are still married with three children, happy as ever!
กรณี ที่ 3
Richard S. Willis ส่งกลอนนี้ต่อให้เพื่อนภายใน
45 นาทีหลังจากอ่าน
4 ชม. ต่อมาเขาต้องไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทใหญ่มาก
แต่เขาก็ยังไปหา Cynthia
Bell, ที่เขาแอบรักมา
5 ปี
Cynthia บอกเขาว่าเธอเองก็แอบชอบเขามา
2 ปีแล้วเช่นกัน
3 วันต่อมา
เขาขอเธอแต่งงานแล้วพวกเขาก็แต่งงานกัน
Cynthia และ Richard
ยังคงอยู่ด้วยกัน
มีลูกด้วยกัน 3
คนและมีความสุขที่สุด
This is the poem:
นี่คือกลอนที่ว่า
Around the corner I have a friend,
ฉันมีเพื่อนที่อยู่ไม่ไกล
In this great city that has no end,
ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีวันหลับไหล
Yet the days go by and weeks rush on,
และเวลา ก็ยังคงผ่านไป
And before I know it, a year is gone.
ฉันไม่เคยรู้ว่านานแค่ไหน
And I never see my old friends face,
แต่ฉันไม่เคยเจอเพื่อนเก่าคนนั้น
For life is a swift and terrible race,
เพราะชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน
he knows I like him just as well,
รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน
As in the days when I rang his bell.
จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที
And he rang mine but we were younger then,
เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆ
And now we are busy, tired men.
แต่ตอนนี้เรายุ่งและเหนื่อยล้า
Tired of playing a foolish game,
ต้องฟันผ่ากับเกมอันหลากหลาย
Tired of trying to make a name.
เหนื่อยหน่ายกับการสร้างชื่ อ
'Tomorrow' I say! 'I will call on Jim
พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา
Just to show that I'm thinking of him.'
ปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่
But tomorrow comes and tomorrow goes,
แต่พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
And distance between us grows and grows.
ระยะทางระหว่างเรายิ่งไกล
Around the corner, yet miles away,
เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างร้อยไมล์
'Here's a telegram sir,' 'Jim died today.'
จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไป
And that's what we get and deserve in the end.
นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร
Around the corner, a vanished friend.
ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าเพื่อนฉันไม่อยู่อีกต่อไป
Remember to always say what you mean.
จงพูดอย่างที่ใจคิด
If you love someone, tell them.
ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป
Don't be afraid to express yourself.
อย่ากลัวที่จะเผยความรู้สึก
Reach out and tell someone what they mean to you.
เปิดใจ และบอกคนที่มีความหมายกับคุณ
Because when you decide that it is the right time it might be too late.
เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป
Seize the day. Never have regrets.
หาโอกาสในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง
And most importantly, stay close to your friends and family,
for they have helped make you the person that you are today.
สิ่งที่สำคัญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว
เพราะพวกเขาทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุกวันนี้
THIS IS NOT A JOKE!
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
*NOTE*
SMILE, even through your tears!!!!!
จงยิ้มเข้าไว้ แม้วันที่มีน้ำตา
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
อย. เตือนอย่าเชื่อ “กาแฟลดอ้วน”

โดย ปกติ ชา กาแฟ จะมีสารกาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งสารตัวนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ และระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สมองที่เฉื่อยตื่นตัวมากขึ้น สร้างความกระปรี้กระเปร่าช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย โดยขนาดปกติที่ได้รับไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากเป็นขนาดที่แสดงฤทธิ์ทางยา ซึ่งหากรับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลเสียให้เกิดอาการบางอย่าง เช่น กระวนกระวาย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หงุดหงิดได้
ด้วยเหตุนี้ "กาแฟ" จึงแทบจะกลายเป็นอาหารหลักของผู้บริโภค โดยเฉพาะคนในวัยทำงาน เนื่องด้วยสรรพคุณที่ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า หากแต่ก็มีนักโภชนาการหลายท่านที่กล่าวเตือนนักดื่มกาแฟ ให้ระมัดระวังผลข้างเคียงเรื่อง "ความอ้วน" เพราะน้ำตาล และครีมเทียม
แถมบางครั้งยังพ่วงท้ายด้วย นมข้นหวานเสร้างรสชาติเข้มข้น หวานมัน เหล่านี้เป็นตัวต้นเหตุของวายร้ายที่มีชื่อว่า "ความอ้วน" เข้ามาสร้างความหวาดหวั่น ให้กับผู้ดื่มกาแฟเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุให้ ผู้ประกอบการหัวใส ต่างงัดกลยุทธ์โน้มน้าวใจ อวดอ้างสรรพคุณ ว่าสามารถกำจัดจุดอ่อนในข้อนี้ได้ทำให้เกิดกระแสนิยมบริโภค "กาแฟลดความอ้วน"
สรรพคุณ "กาแฟลดความอ้วน" เชื่อได้หรือไม่
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาอ (อย.) กล่าวว่าการโฆษณา "กาแฟกินแล้วผอม" ดังกล่าวถือเป็นการกล่าวอ้างเกินจริง ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 ห้ามมิให้ผู้ใด โฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร
เนื่องจากกาแฟจัดเป็น "อาหาร" ไม่ใช่ "ยา" จึงไม่มีสรรพคุณการบำบัดความอ้วนได้การโฆษณากล่าวอ้างดังกล่าวจึงถือเป็นการ ลวงให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสรรพคุณอาหาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอเตือนให้ผู้บริโภคระมัดระวังผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการกล่าวอ้างในทำนอง นี้
เนื่องจากที่ผ่านมา อย. ตรวจพบว่า มีผู้ประกอบการบางรายลักลอบใส่สาร "ไซบูทรามีน" ซึ่งเป็นยาลดความอ้วนลงไปในอาหาร ซึ่งยานี้เป็นยาควบคุมพิเศษต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และขายได้เฉพาะในสถานพยาบาล เท่านั้นจึงอาจมีอันตรายต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคตับ โรคไต หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร
ถึงแม้กาแฟจะมีส่วนต่อระบบการเผา ผลาญของร่างกาย แต่หากดื่มเป็นปริมาณมากโดยคาดหวังให้ ผอม รูปร่าง อาจเกิดอันตรายได้ เพราะจะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ทั้งยังไม่มีรายงานหรือผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือสนับ สนุนว่าการบริโภคกาแฟสามารถควบคุมน้ำหนักได้
อวดอ้างว่าลดความอ้วน ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ
นอกจากเรื่อง "ลดความอ้วน" คงเคยได้ยินสรรพคุณขั้นเทพ ที่หยิบยกกันมากกว่านั้น โดยเฉพาะผสมสารสกัดสรรพคุณความงาม อาทิ ไฟเบอร์ คอลลาเจน แอลคาร์นิทีน โครเมียม ฯลฯ ที่ต่างหยิบมาอวดอ้างสรรพคุณสร้างความน่าเชื่อถือไว้มากมาย ให้ผู้บริโภคยอมควักกระเป๋าจ่าย แม้ราคาจะสูงกว่ากาแฟทั่วไปมากก็ตาม
ในส่วนนี้จากการตรวจสอบของสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่า สารสกัดต่างๆ เหล่านั้นเป็นส่วนผสมเพียงเล็กน้อยและไม่มีข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่ากาแฟ ที่ผสมส่วนผสมต่างๆ เช่น ไฟเบอร์ คอลลาเจน ทำให้ผู้บริโภคน้ำหนัดลดลงได้ มีผิวสวย หรือเพิ่มความงามแต่อย่างใด จึงไม่อาจกล่าวอ้างเช่นนั้นได้
หุ่นดีได้ ด้วยตัวเรา เห็นผล 100%
ออกกำลังกายสม่ำเสมอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 วัน วันละ 20 - 30 นาที และหยุดตามใจปาก จนเป็นเรื่องคงจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด การหวังพึ่งพาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ใช่การแก้ไขที่ต้นเหตุปัญหาถึงแม้จะรับประทานผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณ ลดความอ้วนต่างๆ เข้าไป แต่ไม่ระวังในการรับประทานอาการและไม่พยายามเปลี่ยนแปลงนิสัยการบริโภคโอกาส ที่รูปร่างจะกลับมาเหมือนเก่าอีกย่อมแน่นอน
สำหรับผู้ต้องการมีรูปร่างดี ผอม เพรียว อย่างมีสุขภาพอย่าลืมรับประทานอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ รับประทานให้ครบในปริมาณพอเหมาะรับรองช่วยได้ เพราะสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรลืมเลือน ใช่เพียง "ผอม หุ่นดี" แต่ทุกอย่างต้องมีคำว่า "เพื่อสุขภาพที่ดี" พวงท้ายเสมอ
เชื่อเถอะว่า นอกจากจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จได้ชัยชนะพิชิตความอ้วนเด็ดขาดแล้วยังช่วย พิชิตโรคภัยไข้เจ็บไม่ให้มากล้ากลาย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินหมดเปลืองไปกับสินค้าตัวช่วยที่ไม่สามารถรู้ ได้เลยว่า "ช่วยได้จริงหรือไม่"
หากพบเห็นโฆษณาที่หลอกลวงผู้บริโภค สามารถติดต่อแจ้งเบาะแสได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โทร. 02 590 7354-55 หรือ 1556
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ใช้ใจมอง 'เพื่อน' คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย ?
คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย ?
ถ้าไม่ ..
ที่ทำให้เรามาพบกับคนหลายคนที่
ถ้าไม่ ..
แล้วอะไรล่ะ
ที่ทำให้เราถูกชะตาจนเรียกคนๆนั้นว่า
....... เพื่อน... ……………….
คนแปลกหน้าคนหนึ่ง
มาเป็นคนที่เรา ' ไว้ใจ '
....... เพื่อน …………………
คนที่พร้อมอยู่กับเราเสมอๆ
ไม่ว่า สุข ทุกข์ เหงา เศร้า
คนที่พร้อมแชร์ความรู้สึกต่างๆ
โดยไม่เคยเอ่ยปากว่า
' ถ้าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะได้อะไร '
คนที่ไม่เคยสนใจว่าเราจะหน้
ร่ำรวย ยากจน สูง ต่ำ ดำ ขาว หรือไม่
........แต่......เพื่อนตาย หายากเหลือเกิน
เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ ว่า คนๆนี้เป็น
เพื่อนตายของเราหรือไม่
เป็นคนที่ พร้อมจะเคียงข้างเราเสมอไปมั๊ย
เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่า
คนๆนี้จริงใจกับเราแค่ไหน
ทั้งหมดนี้ เราใช้ 'ตา' มองไม่เห็น
........ แต่.......
ทั้งหมดนี้เราใช้ ' ใจ ' มองเห็นได้
เมื่อบทความ ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ คุณล่ะ ?
ใช้ตามองเพื่อน หรือ ใช้ใจมองเพื่อน
จนกว่า... เราจะมี โอ กาส รู้จักกับคนนั้น แล้วใช้ ใจ ของเราสัมผัส
แต่ การคบใครสักคน จำเป็นต้องคบกันด้วยใจ
วันนี้..... คุณ ใช้อะไร คบเพื่อนของคุณ
อย่าบอกนะ ว่าคุณก็เป็นคนที่คบเพื่อน
แค่ตา...... เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น
คุณก็คงเป็นคนที่ไม่น่าคบคนหนึ่
โชคดีจัง ที่มีเพื่อนรักคุณ และ คบคุณด้วย ใจ
อย่าลืม..... มอบความรักให้กับเพื่อนที่คุณ
รักด้วย ใจ
......
' คุณดีใจที่มีเพื่อนอย่างเค้าเช่
รักเพื่อนเสมอ ไม่ว่าเพื่อนจะอยู่ที่ไหนมิ
ที่มา : friend's mail
วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
คนเราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้ง งง และ เสียใจ มาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ
เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า
หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพู
ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้
ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็
ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้
เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่
เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลั
สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่
เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตี
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนั
ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ
ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ
ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล
ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น
เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่
เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้
ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดิ
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุ
พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ
ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา
เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรี
จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็
และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก
ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม
ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ
ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ
จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน
เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลื
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลื
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้
^_^ คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย
ที่มา : friend's mail

