วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

วิธีอ่านค่า SPF-PA ของครีมกันแดด


เพื่อการปกป้องผิวจากแสงแดด คุณผู้อ่านจึงไม่ควรละเลยการทาครีมกันแดด โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดที่ปกป้องผิวจาก ยูวีเอ และยูวีบี สังเกตได้จาก ค่า PA ที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจาก ยูวีเอ ส่วน ค่า SPF จะป้องกันยูวีบี

แต่ทั้งค่า PA และ SPF ต่างก็มีแยกย่อยออกเป็นหลายชนิด และความแตกต่างนั้นบ่งบอกถึงประสิทธิภาพที่ต่างกัน โดย พญ.ธวลิดา เวชชวิณิชย์ แพทย์ผิวหนัง, เลเซอร์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า จะมาช่วยไขคำตอบให้...เริ่มจาก ค่า PA ที่มักจะมีให้เห็น อาทิ PA+, PA++, PA+++

สำหรับความหมายของ + ที่ติดมากับค่า PA คือความสามารถปกป้องผิวจากยูวีเอ แบบเท่าตัว กล่าวคือ เครื่องหมายบวกเดียว เท่ากับการป้องกันยูวีเอ 2 เท่า เครื่องหมายบวกสองตัว คือ ปกป้อง 4 เท่า และสามบวก คือ ป้องกันยูวีเอ 8 เท่า

ส่วนค่า SPF ที่มีตัวเลขต่อท้าย อาทิ SPF10, SPF15, SPF 60 นั้นสามารถนำมาคำนวณระยะเวลาในการปกป้องผิวจากยูวีบี โดยนำตัวเลขส่วนท้ายคูณด้วย 30 ผลลัพธ์ที่ได้หมายถึงจำนวนนาทีที่ครีมกันแดดชนิดนั้นจะป้องกันยูวีบีได้ เช่น SPF10 นำ 10x30 เท่ากับ 300 นาที

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณผู้อ่านไม่ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเลย เมื่อคุณต้องออกไปอยู่ในสถานที่แจ้ง แสงแดดแรงร้อน ผิวของคุณก็จะเกิดอาการแดงและคล้ำได้ภายใน 30 นาที และหากเป็นเช่นนั้นอยู่บ่อยครั้ง ผิวของคุณก็จะเผชิญกับปัญหาผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย และแก่ก่อนวัย รุนแรงมากอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้.


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

สุดยอด เรื่องเล่า

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่า
เพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก
ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ
และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง
แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล
จากลำธารกลับสู่บ้าน
จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตก
เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม
ที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง
ซึ่งแน่นอนว่า ถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิ
จะรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก
อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง
มันรู้สึกโศกเศร้า
กับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียว
ของจุดประสงค์ที่มันถูกสร้างขึ้นมา



หลังจากเวลา 2 ปี ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่า
เป็นความล้มเหลวอันขมขื่น
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า
'ข้ารู้สึกอับอายตัวเอง
เป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า
ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมา
ตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน'

คนตักน้ำตอบว่า 'เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่า
มีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง

เพราะข้ารู้ว่า เจ้ามีรอยแตกอยู่
ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้
ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า
และทุกวันที่เราเดินกลับ ...
เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น
เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้น
กลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว
ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว ...
เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้'

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่อง
ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น
อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ
และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับ
คนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น
และมองหาสิ่งที่ดีที่สุด
ในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง

มองโลกหลายๆ ด้าน
เพราะคนเราไม่ได้มีแต่ข้อเสียเท่านั้น



ที่มา ; friend's story

Tips หลังออกเดท

1. หลังจากเล่นน้ำทะเล อาบแดดอ่อนๆ ให้ดื่มชาเขียว หรือกินไอศกรีมชาเขียว ซึ่งจะมีฤทธิ์ยับยั้ง และป้องกันมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการ ถูกแดดเผา หรือได้รับแสงอัลตราไวโอเลตมากเกินไป

2. กินผลไม้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีวิตามิน A B E C และเบตาแคโรทีน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ว่านหางจระเข้ เป็นต้น โดยควรกินไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของอาหารมื้อนั้นๆ ส่วนโยเกิร์ตก็ช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้าน และถ้ากลับมาหน้าดำเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนหาทางขจัดกระ ฝ้า หน้าแดง หน้าดำ ให้รอสักพักแล้ว เลือกใช้ ส้ม มะนาว มะขามเปียก สับปะรด เพื่อช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

3. การฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ควรทาครีมหรือโลชั่นที่ทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้น หรือที่เรียกว่า Moisturizer จะช่วยฟื้นฟูเซลล์ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น และช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ๆ

4. รับประทานสารอาหารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์ผิวจากรังสี UV และยังเกี่ยวข้องกับการต้านการเกิดมะเร็งผิวหนัง อันเนื่องมาจาก DNA ของเซลล์ผิวที่ดูดซับรังสี UV เอาไว้ ซึ่งอาจทำให้เซลล์ผิวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางพันธุกรรมจนพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งได้
(สารอาหารดังกล่าวสามารถพบได้ในวิตามิน A, C, E แร่ธาตุสังกะสี และสารสกัด จากธรรมชาติจำพวก Green tea และ Proanthocyanidins จากสารสกัดเมล็ดองุ่น เป็นต้น)



ที่มา : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย

ป้องกันแสงแดดให้ได้ผล

1. ทาครีมกันแดดล่วงหน้า 30 นาทีก่อนเผชิญแสงแดด และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง และทุกครั้งหลังว่ายน้ำควรจะทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันผิวอีกชั้นหนึ่ง

2. เลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับกิจกรรมทางน้ำที่มีคำว่า Water Proof (ที่จะกันแดดได้นาน 80 นาที) และ Water Resistant (จะกันแดดได้นาน 40 นาที) ทุกครั้ง

3. ทาครีมกันแดดซ้ำบ่อยๆ และควรจะทาเลยไปที่บริเวณคอและแขนด้วยเพื่อความงามอย่างทั่วถึง

4. การเติมครีมกันแดดในระหว่างวันโดยไม่ต้องล้างหน้านั้น ให้ซับเหงื่อซับมันออกจากหน้าเสียก่อน แล้วใช้นิ้วกลางป้ายครีมมาแตะๆ ให้ทั่วหน้า แทนการละเลงครีมไปทั่วหน้า ก่อนจะทาแป้งซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

5. แม้จะทาครีมกันแดดหลังจากตากแดดแรงๆ แล้ว ควรดื่มน้ำตลอดเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ (Dehydrated) ตรงไหนที่ตากแดดแรงๆ เป็นเวลานาน ควรจะทา After Sun ที่ช่วยให้บรรเทาอาการแสบร้อน เลือกที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและว่านหางจระเข้ และไม่ควรโดนแดดแรงๆ อีกสักพัก

6. แยกใช้ผลิตภัณฑ์ผิวหน้าและผิวกาย ควรใช้เฉพาะจุดที่กำหนด เช่น ใช้ทาหน้า ทาตัว ทามือ และที่สำคัญควรตรวจสอบวันเดือนปีที่ผลิตและ หมดอายุด้วย ควรเลือกวันที่ผลิตจนถึง ณ ปัจจุบันมีอายุไม่เกิน 1 ปี

7. ถ้าผิวกลายเป็นสีชมพูเข้ม รู้สึกร้อนและไหม้ ให้ประคบผิวบริเวณนั้นด้วยน้ำเย็นผสมนมสด ห้ามใช้น้ำแข็งประคบเพราะจะทำให้ยิ่งไหม้ จากนั้น ชโลมผิวด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของอโลเวรา และไม่ควรใช้สบู่ หรือครีมอาบน้ำถูโดยเด็ดขาด

8. แต่ถ้าผิวเป็นสีแดงจัด เป็นรอยย่นจนเห็นได้ชัด ควรอาบน้ำและชโลมผิวเหมือนข้อแรก ทานยาแอสไพรินทุกๆ 4 ชั่วโมง จากนั้นให้ไปพบแพทย์ แต่ถ้าพบว่ามีผิวเป็นสีแดง มีตุ่มน้ำใสๆ มีไข้ หนาวสั่น ให้ทานยาแอสไพรินแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที

9. ในช่วงเวลากลางวัน ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาพอที่จะป้องกันแสงแดดที่ส่องผ่านเข้าสู่ผิวหนัง รวมทั้งแว่นตาป้องกันรังสี UVB อันเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นบริเวณหนังตาที่บอบบางและไวต่อแสงเป็นพิเศษ รวมทั้งถุงมือที่ช่วยป้องกันบริเวณหลังมือที่มักเป็นตำแหน่งที่เกิดมะเร็งผิวหนังมากที่สุดเช่นกัน


ที่มา : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย

เลือกครีมกันแดดอย่างไรดี

1. ต้องเป็น Physical Sunscreen เท่านั้น และควรจะระบุไว้ด้วยว่าสามารถป้องกันแบบ Broad Spectrum คือป้องกันได้ทุกรังสีจากแสงแดด และจะให้ดีควรเป็น Micronised Zinc Oxide หรือ/และ Micronised Titanium Dioxide ด้วย

2. ถ้าเป็นคนผิวมันเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดสูตร Oil Free (ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน) Grease-Free (ไม่มันเยิ้ม) Non-Comedogenic (ทดสอบแล้ว ไม่ทำให้เกิดสิว) สำหรับคนเป็นสิวง่าย เพราะผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะซึมซาบเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและไม่เหนอะหนะ และถ้าเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารสกัดธรรมชาติและปลอดน้ำหอม

3. SPF อย่างต่ำสุดคือ 15 แต่ถ้าจะให้ดีควรจะเป็น 30

4. จะให้ดียิ่งขึ้นควรเป็น Transparent Zinc Oxide หรือ Microfine Titanium Dioxide

5. เลือกชนิดที่เป็น Water-Proof ในกรณีต้องตากแดด ในการเล่นกีฬา
หรือลงน้ำ


ที่มา : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย

ตัวช่วยสำหรับผิวสาวยามออกแดด

มีการค้นพบว่า ปราการป้องกันที่ดีที่สุดนั้นคือ การใช้ ครีมกันแดด ซึ่งในปัจจุบันพบว่า ครีมกันแดดมีให้เลือกมากมายหลากหลายชนิดประเภทของครีมกันแดด

สงสัยล่ะสิว่า ครีมกันแดดมีกี่ประเภทกันแน่ ครีมกันแดดในท้องตลาดตอนนี้ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. Chemical Sunscreen (สารกันแดดดูดแสง) มีหน้าที่ในการดูดซับแสงแดด ซึ่งสารเคมีแต่ละตัวจะป้องกันรังสีได้ต่างกัน บางตัวก็ได้ UVA บางตัวก็ได้ UVB ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย มีสีใส ทำให้สีผิวไม่เปลี่ยน

2. Physical Sunscreen (สารกันแดดสะท้อนแสง) ส่วนใหญ่จะใช้ Titanium Dioxide (TiO2), Zinc Oxide (ZnO) ซึ่งสามารถสะท้อนแดดได้ทั้ง UVA, UVB, Visible Light และ Infrared Light สารพวกนี้สามารถดูดซึมเข้าผิวหนังน้อยมาก ทำให้ไม่ค่อยเกิดอาการแพ้ แต่จะทำให้เกิดการทึบ แสง (ใบหน้าจะขาววอกนั่นเอง) แต่ในปัจจุบันจะมีตัวยา Micronized Titanium Dioxide เพิ่มเข้ามา เมื่อทาแล้วเกือบๆ จะเป็น Transparent ที่ไม่ทำให้หน้าวอกนั่นเอง


ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย

แสงแดดเป็นบ่อเกิดและเป็นตัวอันตรายกับผิวพรรณของสาวๆ อย่างน่ากลัวทีเดียว

อย่างที่เรา ทราบๆ กัน เช่น


1. ผิวคล้ำ
เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สำหรับผู้หญิงเอเชียนั้นผิวคล้ำ เกิดจากการผลิตเม็ดสีผิวมากเกินไป เป็นความผิดปกติจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น กรรมพันธ์ุ ฯลฯ ส่วนกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ ปานดำ เป็นการเกิดรอยดำที่ไม่เกี่ยวกับกรรมพันธ์ุ แต่มีสาเหตุจากอันตรายของแสงแดดและปัจจัยภายนอกรอยดำพวกนี้มักพบบริเวณ มือหน้า และบริเวณที่ต้องเผชิญกับ แสงแดดบ่อยครั้ง

2. ฝ้า
ลักษณะคล้ายกับจุดด่างดำแต่มีบริเวณที่กระจายกว้างกว่าส่วนมากเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

3. กระ
จุดสีน้ำตาลเล็กๆ ที่สามารถเกิดบริเวณใดก็ได้ในร่างกาย แต่ส่วนมากมักพบบริเวณหน้าและมือ ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

4. หูด
ถือเป็นส่วนของการสร้างเม็ดสีเช่นกัน เพราะเกิดขึ้นจากการขยายตัวทีละเล็กทีละน้อยของผิวที่มีสีน้ำตาลอ่อนจนเข้มขึ้น เกิดขึ้นได้ บริเวณหนังศีรษะ หน้า คอ หน้าอกและแผ่นหลัง ส่วนมากมักเกิดในวัย 40-50 ปี โดยอาจขยายมาจาก จุดด่างดำนั่นเอง!

ความจริงที่ว่า...
เชื่อไหมว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของการเกิดริ้วรอยกระ ฝ้า หน้าดำ หน้าย่น ที่เป็นเส้นทางของอาการ แก่ นั้นมีต้นเหตุมาจาก แสงแดด


ที่มา : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

โหงวเฮ้งรูจมูก

แบบที่ 1 รูจมูก 4 เหลี่ยมจัดตุรัส











มีความเชื่อมั่นตนเอง ออกจะดื้อรั้น เวลาสนทนากันจะไม่ค่อยยอมใคร


แบบที่ 2 รูจมูกแบบ 4่ เหลี่ยมยาวตรงรีตั้งหรือ 4 เหลี่ยมผืนผ้าตั้ง











เป็นคนนิสัย จิตใจหยาบกระด้าง แต่เด็ดเดี่ยว มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ยึดเหตุผลตัวเองเป็นหลักใหญ่ บางครั้งก็ตัดสินใจถูกผิดโดยพลการ มักเสียเงินเสียทอง เงินทองมักเก็บไม่ค่อยอยู่ วัยชรามักอยู่โดดเดี่ยว


แบบที่ 3 รูจมูกแบบ 4 เหลี่ยมยาวตรงรีนอนหรือ 4 เหลี่ยมผืนผ้านอน (ยาวนอนในลักษณะนี้คือเรียวและรูปทรงขวาง)











จะเก็บเงินไม่อยู่ เป็นรูจมูกที่เหมือนกับรูจมูกสี่เหลี่ยม


แบบที่ 4 รูจมูกแบบเลข 8 จีน











มีความคล่องตัวในการทำมาหากิน ทรัพย์สินหาคล่อง ทว่า รายจ่ายก็มีรอบด้านเหมือนกัน จึงมักเก็บทรัพย์สินไม่ค่อยอยู่


แบบที่ 5 รูจมูกแบบ 3 เหลี่ยมตั้งขึ้น










ลักษณะนิสัยจะละโมภ โลภหลง มีความปรารถนาอยากได้สิ่งต่าง ๆ สูง เก็บความลับไม่อยู่


แบบที่ 6 รูจมูกแบบ 3 เหลี่ยมคว่ำลง











รู้จักใช้สอย ขี้เหนียว หรือตรงกันข้ามกับแบบที่ 5 บางคนก็อาจจะใจแคบ ขาดความเมตตา


แบบที่ 7 รูจมูกกลม











เจ้าความคิด มีความคิดริเริ่มเป็นของตัวเอง ไม่ชอบเอาอย่างใคร แถมขี้เหนียว แต่ก็รู้จักใช้จ่ายนะ


แบบที่ 8 รูจมูกแบบ 3 เหลี่ยมไข่ตั้ง











ไม่ชอบเอาอย่างใคร ชอบการเสี่ยงโชค ชอบผจญภัย ชอบการเปลี่ยนแปลง


แบบที่ 9 รูจมูกแบบกลมรีนอนหรือไข่นอน











ลักษณะนิสัยจะเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ จะไม่ขยันเท่าไหร่ ทำนองเช้าชามเย็นชาม ไม่ค่อยดิ้นรน แต่ใฝ่สูงนะ


อนึ่ง รูจมูกในแบบไข่นอนนี้ บางท่านก็อาจจะมีแบบไข่นอนออกด้านข้างดั่งรูปที่ 9A เหมือนกัน ซึ่งความหมายก็เช่นเดียวกัันกับแบบที่ 9












จากรูปแบบรูจมูกทั้ง 9 แบบนี้ บางคนก็มีลักษณะผสม คือ ซ้ายแบบหนึ่ง ขวาแบบหนึ่ง หรือบางคนก็มีในลักษณะใกล้เคียง

คือ อาจจะไม่กลมมาก หรืออาจจะไม่แหลมมาก หรืออาจจะไม่เรียวมาก ทั้งนี้ก็ใช้เกณฑ์การตัดสินใจในลักษณะเทียบเคียงหรือให้ดูใกล้เคียงที่สุด ว่า เหมือนในรูปแบบใด หรือไม่แน่ใจก็ถามผู้รู้ด้านโหงวเฮ้งดูก็ได้
ฮั่นแน่ เอากระจกมาส่องกันใหญ่เลยอ่ะดิ








ที่มา ; friend's mail

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552